บ้าน/อบ/รัก : เรื่องย่อ & บทนำ

posted on 12 Aug 2015 16:21 by sammiscooking directory Fiction
ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ไทยแล้วค่ะ เลยไม่ได้เขียนเรื่องทำอาหารเพิ่มเลย
พอดีเจอไฟล์นิยายที่เคยแต่งค้างไว้ เลยเอามาปัดฝุ่นแล้วเขียนต่อ
ชื่อเรื่อง บ้าน/อบ/รัก ค่ะ
 

เรื่องย่อ

อินทร์กรุณ หรือ อิน อดีตสาวออฟฟิศเบื่องานที่หันมาเป็นนายตัวเอง

หลังจากปรับปรุงบ้านเสร็จเธอตัดสินใจเปิดร้านเค้กออนไลน์ Tasty Treat 

 ขึ้น ระหว่างนั้น ตั้ม สถาปนิกมือดีที่เป็นแฟนกับเจน เพื่อนสนิทของเธอ

แนะนำให้รู้จักกับ ทักข์ เชฟลูกครึ่งที่เพิ่งมาจากออสเตรเลียและกำลังหาที่

อยู่ใหม่ อินตกลงให้เขาเช่าบ้านแต่เหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอรู้เรื่องบาง

อย่างของเขาเข้า กลายเป็นว่า ทักข์ ยอมมาดูแลการอบขนมแลกกับที่ อิน 

ต้องคอยช่วยเหลือเขา เธอจะทำอย่างไรในเมื่อต้องประคับประคองกิจการ

ให้อยู่รอดรวมทั้งความรู้สึกในใจของตัวเองที่มีให้เชฟมาดนิ่ง

 

บทนำ

ปึงฉันกระแทกกล่องกระดาษลงบนโต๊ะทำงาน นี่เป็นวันสุดท้ายแล้วที่

ฉันได้ทำงานที่นี่ ทีมเวิร์ก บริษัทออกาไนเซอร์ชื่อดัง ใจหายอยู่เหมือนกันก็

ทำงานมาตั้ง ปี อุตส่าห์ทุ่มเทมาตลอดในที่สุดก็ทนไม่ไหวเพราะเรื่องบ้า ๆ

บนโต๊ะทำงานของฉันมีแฟ้มเอกสาร สมุด เครื่องเขียน และข้าวของเต็มไป

หมด ลำพังกล่องกว้างเท่ากระดาษ A4 ใบเดียวจะเอาอยู่หรือ ตอนนี้พี่น้อง

เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ส่งสายตา 'มีอะไรให้ช่วยไหม' มา แต่ว่าฉันก็

ส่งสัญญาณ 'ฉัน โอเคกลับไป ฉันจะคิดถึงคนพวกนี้นะ เราเจอเรื่องมาก

มายมาด้วยกัน อย่างตอนเราจัดงานใหญ่ได้สำเร็จ ได้โบนัส มีปาร์ตี้รั่ว ๆ

หลังเลิกงาน หรือว่าโดนบอสโวย พรุ่งนี้โต๊ะทำงานตัวนี้จะว่าง แล้วฉัน

คงเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ไหนสักที่


 

พักยาวขนาดนี้มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนล่ะจ๊ะกิ๊บเลขาช่างเม้าท์พูดกลั้ว

หัวเราะทำเอาความคิดของฉันสะดุด ฉันเงยหน้ามองหุ่นไซส์ดับเบิ้ลเอส

ของเธอด้วยหางตาที่จริงงานประจำของเธออาจจะเป็นการยุ่งเรื่องของ

คนอื่น ส่วนงานเลขาก็แค่งานอดิเรกที่ทำเงิน

น้องอินเที่ยวเผื่อพี่ด้วยนะ ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีเวลาน่ะ งานมันชุกพี่ดาว

ครีเอทีฟร่างท้วมส่งยิ้มมาทางฉัน นี่ก็อีกคนที่สมองฉันจัดให้อยู่ในประเภท

'สารพิษ' ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจ พอมีปัญหาก็เปลี่ยน

รายละเอียดงานกลางคัน แล้วเนียนโยนความผิดให้ฉันว่าเป็นการสื่อสาร

ที่ผิดพลาดของฝ่ายประสานงาน ยิ่งล่าสุดงานขอบคุณลูกค้าของห้างดัง

ความเสียหายใหญ่โตที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่า ฉันรับมาเต็ม ๆ แล้วทำไม

บอสถึงเชื่อคนแบบนี้ได้นะ อยากจะกรี๊ดจริง ๆ

วันนี้เธอดูเงียบไปนะอินทร์กรุณกิ๊บปั้นหน้าเป็นห่วง ฉันพ่นลมหายใจ

ออกจากจมูกแรง ๆ แล้วเงยหน้ามองพวกเธอนิ่ง

ไม่อยากเกลือกกลั้วฉันส่งเสียงเบาลอดไรฟันออกมา แต่มันก็ดังพอ

ให้สองคนตรงหน้าตะลึงจนอ้าปากค้าง

 

ฉันใช้จังหวะนี้เลี่ยงไปทางห้องน้ำ ก้าวขาฉับ ๆ ไปจนถึงประตูทางแยก

ระหว่างห้องน้ำหญิงกับห้องน้ำชาย ก้องเดินสวนทางมา เขาเข้ามายึด

ข้อมือฉันไว้

คุณจะไปแล้วหรือ เย็นนี้ไปทานข้าวกับผมนะเขายิ้มจาง ๆ เมื่อฉัน

จ้องมือเขา

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากกลับบ้านถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันไม่มีทางปฏิเสธ

เขาแน่ ก้องเป็นผู้ชายประเภทที่ผู้หญิงทั้งหลายอยากส่งยิ้มให้

หน้าตาดี แต่งตัวสะอาดและหน้าที่การงานเข้าขั้นเลิศ เราคบกันตาม

สูตรของหนังรักโรแมนติกได้ประมาณ 6ดือนกว่า แต่พอฉันจับได้ว่า

เขามีคนอื่นทุกอย่างที่เคยดีมันเลยจบ ฉันดึงข้อมือกลับช้า ๆ

งั้นผมจะไปส่งเขาทำหน้าสลด ไม่ว่าเขาจะพูดเพราะเสียดายอดีตหวานซึ้ง

หรือรู้สึกผิดอะไรก็แล้วแต่ ฉันจะไม่ตกลงใจไปด้วยแน่ ฉันตัดสินใจดีแล้ว

ขอบคุณนะ แต่ฉันกลับเองดีกว่าฉันยิ้มให้อย่างเฉยชา ก่อนจะเลี่ยงเข้าไป

ในห้องน้ำแล้วเดินไปหยุดยืนที่อ่างล้างหน้า  เงยหน้ามองเงาตัวเองใน

กระจกานใหญ่

พอกันทีฉันพึมพำกับตัวเอง

 

แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

สวัสดีค่ะแม่ฉันพูดเสียงเบาโหวง พยายามสูดลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

อาทิตย์นี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะลูก แม่เตรียมทำของที่ลูกชอบ

เยอะแยะเลย” แม่เสียงหวานอย่างนี้เสมอ ฉันเคยล้อว่าเสียงอย่างกับ

นางเอกหนังไทยสมัยก่อน

ค่ะ เดี๋ยวคืนนี้อินขอไปเก็บของให้เรียบร้อยก่อน พรุ่งจะออกแต่เช้า”

ฉันตอบเนือย ๆ

กลับมาพักที่บ้านเราให้หายเหนื่อยนะจ๊ะเสียงของแม่แสดงความห่วงใย

ไม่มีใครจับความรู้สึกของฉันได้ดีเท่านี้เลย

ค่ะ อินคิดถึงพ่อกับแม่จังฉันควบคุมไม่ให้เสียงสั่น

แม่กับพ่อก็คิดถึงลูก ขับรถดี ๆ นะ แล้วเจอกันจ้ะ

ค่ะแม่ สวัสดีค่ะฉันรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นจริง ๆ ถึงอย่างไรฉันก็มีครอบครัว

ที่รักและหวังดีต่อฉันเสมอ อย่างนี้ค่อยมีแรงหน่อย

 

จู่ ๆเสียงมือถือก็ดังอีกครั้ง

คะแม่ฉันรับสายอย่างสงสัย

ฉันเองแกเจนตอบเสียงใส

อ้าว เจนว่าไง?”

คืนนี้ไปดูหนังรอบดึกกันไหม ฉันเลี้ยงเองเจนชวน เธอมักทำเสียงสูงเวลา

ตื่นเต้น

ปลอบใจคนตกงานเหรอ ไม่ไปหรอกไม่อยากออกไปไหนน่ะ

เสียกำลังใจหมด นัดกับหนุ่มล่ะสิเจนสุ่มถาม ตอนนี้เสียงทั้งสูงและขึ้นจมูก

บ้า หนุ่มที่ไหนล่ะ ฉันจะเตรียมของกลับน่าน เซ็ง ๆ ด้วยอาจจะไปอยู่ยาว

ไปพรุ่งนี้เหรอ ถ้างั้นฝากสวัสดีพ่อกับแม่แกด้วยแล้วกัน ถ้าเบื่อโทรหาฉัน

ได้ตลอดเวลานะจะรีบไปหาทันทีเลย แล้วอย่าทำหน้าเครียดล่ะ

เดี๋ยวกลายเป็นป้ากันพอดีเจนแซว

รู้แล้วน่า เดี๋ยวก่อนออกจากกรุงเทพฉันจะเมสเสสหาแก ขอบใจนะที่โทรมา

จ้ะ เทคแคร์นะจ๊ะ บ๊ายบาย

อือ บายนอกจากครอบครัวแล้วก็มีเจนนิศาสาวเปรี้ยวเพื่อนซี้คนนี้แหละ

ที่รักกันจริง ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน

เก็บของที่เหลือเข้าไปในกระเป๋าถือใบใหญ่อย่างรวดเร็ว ถึงเวลาห้าโมงเย็น

ฉันโบกมือให้เพื่อนในแผนกทุกคนด้วยรอยยิ้มกว้างเกือบจะคล้ายกับตอนปกติ

แล้วค่อย ๆ สะพายกระเป๋าและแบกกล่องกระดาษที่ตอนนี้มีเอกสารกอง

พะเนินออกจากที่นั่ง

 

ไปก่อนนะคะทุกคน ดูแลตัวเองด้วย สวัสดีค่ะหัวหน้าทีมเอื้อมมือมาจับไหล่

เพื่อนบางคนบอกว่าจะโทรและส่งเมลมาหา บางคนยิ้มและโบกมือให้

ฉันเดินออกมาแล้วหยุดหน้าห้องบอสก้มหัวให้เขานิดหนึ่งพอเห็นว่าเขา

พยักหน้ารับ ฉันยิ้มน้อย ๆ แล้วเร่งฝีเท้าก้าวต่อ...ไม่หันมองบริษัทอีก

ท้องถนนยามเย็นของกรุงเทพเต็มไปด้วยรถราน่าอึดอัด ฉันขับรถออกจาก

ที่ทำงานกลางเมืองมุ่งหน้าไปคอนโดย่านห้วยขวาง ถึงจะใช้ถนนเส้นนี้

เป็นประจำแต่ยังไงก็ไม่ชินกับการจราจรสุดโหดได้สักที ตลอดทางนั้น

ฉันเปิดเพลงในรถเสียงดังและร้องคลอตามไปด้วยเผื่อจะรู้สึกดีขึ้น พอรถ

เลี้ยวเข้าลานจอดรถคอนโดได้เท่านั้นฉันรีบพาตัวเองขึ้นห้องไปทันที

พอถึง ไม่รู้สิ...ฉันคงไม่อยากอยู่ในคราบสาวออฟฟิศอีกแล้ว ถอดมัน

ออกเหอะชุดพวกนี้ ฉันเดินออกมาทั้งอย่างงั้นเปิดตู้เย็นหยิบโคล่ามา

กระป๋องหนึ่งแล้วกรอกเข้าไปหลายอึก

 

อือ...แช่น้ำอุ่นสักนิดก็ไม่เลวนะ เดินเข้าไปห้องน้ำแล้วก้าวลงไปในอ่าง

เปิดน้ำเหยียดขาแล้วเอนหลังพิงให้สบายที่สุด หลับตาลงพยายาม

ไม่คิดอะไรแต่แล้วภาพต่าง ๆ ก็วิ่งผ่านเข้ามา ภาพที่ฉันทำงานวันแรก

ภาพที่ทีมของเราได้คำชม หรือแม้แต่ตอนที่อีกทีมพยายามเบียดเรา

หรือสร้างเรื่องปวดหัวให้ เมื่อก่อนฉันคิดนะว่าจะสู้เพราะรักงาน แต่มัน

เยอะไปรึเปล่า ? เราอยู่บริษัทเดียวกันทำไมไม่ช่วยกัน จะแข่งกันเอาเป็น

เอาตายให้ได้อะไรขึ้นมา? ตอนนี้ถ้าเขาคิดว่าฝ่ายตัวเองชนะก็แล้วแต่เถอะ

ฉันไม่อยากอยู่ในสนามนั่นอีกแล้วประสาทจะเสื่อม! พอพยายามเบี่ยง

ความคิดตัวเองไปนับเลข 1 2 3 4 5 หน้าก้องก็ลอยมาแทนที่

เฮ้อ...ถ้าเกิดเรายังรักกันดีอยู่ไม่รู้ว่าฉันจะตัดสินใจออกมาอย่างนี้หรือเปล่า

เขาจะมีอิทธิพลกับฉันขนาดนั้นไหมนะ? เราเคยรู้สึกรักกันจริง ๆ หรอ?

 โอ๊ย พอเถอะอินทร์กรุณไม่ต้องคิดแล้ว” ฉันพูดเตือนสติตัวเอง

วันนี้พอแค่นี้ก่อนทำใจให้สบายซะเดี๋ยวเรื่องดี ๆ ก็ตามมาเองแหละ”

แล้วข่มตาลงอีกครั้ง 

เวลากลับบ้านชอบตามแม่ไปตลาดนัดวันอาทิตย์เพราะมีของกินขายเยอะ ข้าวโปงเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องซื้อทุกครั้งที่เห็น คือมันอร่อยหอมงามากกกก อ่านตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เค้าบอกเป็นขนมที่มีมานานแล้วเจอที่สุโขทัยกับอุทัยธานีเหมือนกัน แต่ก็หาทานยากไม่ใช่ว่าทุกตลาดจะมี แล้วยิ่งฉันออกนอกประเทศมาสักพักแล้วด้วยอยากกินเลยต้องลงมือเอง ตั้งท่าจะทำอยู่หลายครั้งค้นได้แต่สูตรดั้งเดิมที่ต้องใช้ข้าวเหนียวนึ่งมาตำทำเป็นแป้งหุ้มไส้ ซึ่งอันนั้นคงยุ่งยากกลายเป็นมหกรรมไปหน่อย ผ่านมาสักพักเจอสูตรนี้ https://www.youtube.com/watch?v=L1S6dyF9ftk ค่อนข้างทำง่ายอุปกรณ์จำกัดอย่างฉันก็ทำตามได้ ดีใจEmbarassedEmbarassedEmbarassed ทำยังไงไปดูกันค่ะ

ขนมข้าวโปงหรือขนมแดกงาส่วนผสมมี มะพร้าวขูด น้ำตาลปึก น้ำตาลทราย ถั่วลิสง (ใช้แบบอบสำเร็จรูป) แป้งข้าวเหนียว น้ำเปล่า งา (ดำ 2 ส่วน ขาว 1 ส่วน) และเกลือเล็กน้อย 


 
ขั้นแรกเคี่ยวน้ำตาลกับมะพร้าวพอได้ที่เติมถั่วลิสงที่ตำแล้วลงไป หวานมากหวานน้อยชิมเอานะคะ เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็น 


 

ระหว่างรอคั่วงาและบุบพอแหลกเติมเกลือลงไปหน่อย (ในรูปแรกลืมเกลือค่ะ) เช็คดูถ้าไส้ขนมหายร้อนก็นวดแป้งแผ่เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วห่อไส้ได้เลย

 

จากนั้นเอาขนมไปต้มในน้ำเดือด พอเค้าลอยป่องขึ้นมาช้อนขึ้นให้สะเด็ดน้ำแล้วคลุกกับงา


 

เท่านี้เองขนมข้าวโปงก็เสร็จเรียบร้อย เนื้อแป้งกับหน้าตาไปทางไดฟุกุเหมือนกันนะ แต่รสชาติไส้เค้าจะหวานคล้ายขนมต้มขาวที่เพิ่มถั่วลิสง ส่วนด้านนอกเค็มนิดหน่อยและมีกลิ่นงาคั่วอวลอยู่ 


 

ใครชอบงานี่พลาดไม่ได้เลย วิธีทำอย่างละเอียดอยู่ในลิงค์ที่แปะไว้ให้นะคะ แล้วเจอกัน Entry ต่อไปค่ะ

                                             /สาม

 

ไข่ยัดไส้ปลากระป๋อง

posted on 22 Mar 2015 05:35 by sammiscooking directory Lifestyle, Food

ทีแรกฉันกะว่าจะขึ้นรถไฟไปเที่ยวเล่นทางใต้ แต่ต้องสละแผนทั้งหมดเพราะฝนตก Tongue out ที่นี่ฝนอาจจะไม่ตกบ่อยเท่าอังกฤษถึงอย่างนั้นก็น่าจะมี 200 วันต่อปี ทำอะไรไม่ได้ทำใจอย่างเดียว

ไม่รู้จะหันไปทางไหนก็มาลงที่ทำกับข้าวนี่แหละ ถือว่าได้เพิ่ม Entry ด้วย ตามคอนเซ็ปต์นะคะทำอาหารในต่างแดนแบบราคาประหยัด (Cooking on a budget) ที่จริงเมนูนี้อยู่ที่ไหนก็ทำได้คุ้ยตู้เย็นดูก่อนขาดอะไรค่อยวิ่งไปซุปเปอร์ใกล้ ๆ เพิ่งลองครั้งแรกค่ะคิดว่าน่าจะรอด ส่วนที่มั่นใจคือไม่ทำให้ล้มละลายตอนสิ้นเดือนแน่ ๆ

ลงมือดีกว่าพึมพำมาเยอะละ Money mouth ไข่ยัดไส้ปลากระป๋องเครื่องปรุงมี กระเทียม (มนุษย์อยู่ต่างประเทศใช้กระเทียมผงหรือแบบบดก็ได้นะเก็บได้นาน) หอมหัวใหญ่ แครอท มะเขือเทศ ถั่ว green beans (แทนถั่วฝักยาว) ไข่ ปลากระป๋อง ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย และน้ำตาลนิดหน่อย


 

ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน เอากระเทียมสับกับหอมใหญ่ลงไปผัด ตามด้วยแครอท ถั่ว และมะเขือเทศ

 

ผักสุกใส่ปลากระป๋องใช้ตะหลิวกดพอแหลก คนจนเข้ากันแล้วปรุงรส เนื้อปลาเค็มมาอยู่แล้วยั้งมือนิดนึงก็ดีนะชิมจนถูกใจค่อยปิดไฟ ของฉันตักออกมาพักไว้ในชาม


 

ใช้กระทะอีกใบใส่น้ำมันลงไปนิดนึงแล้วใช้กระดาษทิชชูช่วยทาน้ำมันให้ทั่ว ค่อย ๆ เทไข่ที่ตีเข้ากันแล้วลงไปกรอกบาง ๆ เขี่ยตรงขอบดูถ้ามันล่อนและเนื้อไข่สุกก็ตักออกมาห่อไส้ได้แล้ว


 

ฉันไม่ได้ห่อเยอะมากค่ะกลัวมันทะลัก หาจานมาประกบแล้วกลับด้าน ได้ไข่ยัดไส้หน้าตาแบบนี้

 

เปิดดูข้างในก็โอเคอยู่นะแอบเสียดายไม่มีผักชีมาแต่งหน้า


 

รสชาติต่างจากไข่ยัดไส้ทั่วไปนิดหน่อยค่ะเนื้อเค้าจะข้นจากปลาที่ละเอียดแล้วไปรวมกับอย่างอื่น คิดอยู่ว่าคราวหน้าจะลองซอยพริกลงไปน่าจะแซ่บ ถ้าสนใจลองทำดูนะคะแล้วค่อยพบกัน

                                          /สาม